Combinational
Logic Functions
· LED 7 -
Segment : เป็นการแปลงจากเลขฐาน 2 เลขฐาน 16
โดยมี logic ดังต่อไปนี้
การทำงานในบอร์ดเพื่อให้เกิด LED 7 - Segment คือ จะใส่ตัวต้านทานและต่อกับสวิตซ์ไว้ของแต่ละช่องของ Segment ถ้าหากต้องการเลขที่ต้องการ ก็ใส่ตาม logic ในตารางด้านบน
·
Decoder
– ไอซีถอดรหัส : ถอดออกมาเป็น Truth
Table
BCD
‐ Binary Coded Decimal: ต้องการให้ออกมาเป็นเลขฐาน 10
เนื่องจากถ้าเป็นเลขฐาน 16
จะทำให้ดูลำบาก เลยเปลี่ยนเป็นฐาน 10
จะทำให้ดูง่ายขึ้นมาก โดยการเปลี่ยนเป็น BCD
คือจาก 1 ช่องจะเพิ่มตามจำนวนของหลัก คือ หลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อย......
·
Multiplexer
(Mux) : ทำหน้าที่เป็นตัวเลือกช่องสัญญาณ โดยขึ้นอยู่กับ Select ที่เลือกโดยมี input เพียงตัวเดียว เช่น ถ้าหากเลือก Select 0 ก็จะเอาขา input 0 เพียงขาเดียว ดังนั้น output ที่ออกมาจึงตามค่าของ input 0
![]() |
2‐to‐1Mux |
4‐to‐1Mux |
·
Demultiplexer
(Demux) : การทำงานคล้ายกับ Multiplexer แต่ต่างตรงที่ Demultiplexer มี input เพียงตัวเดียว ส่วน output จะมีหลายขา การทำงานจะขึ้นอยู่กับ Select ที่เลือกว่าจะเลือก output ตัวไหน
กำหนด logic ดังนี้ A = 00 ,B = 01 , C = 10 , D = 11
กรณี 1 : Select เลือก 00 ดังนั้น input จึงส่งไปยังขา output ที่ 00 คือ outputA
กรณี 2 : Select เลือก 01 ดังนั้น input จึงส่งไปยังขา output ที่ 01 คือ outputB
กรณี 3 : Select เลือก 10 ดังนั้น input จึงส่งไปยังขา output ที่ 10 คือ outputC
กรณี 4 : Select เลือก 11 ดังนั้น input จึงส่งไปยังขา output ที่ 11 คือ outputD
Class
work #1 - ทำวงจรแปลง
Binary to BCD
สิ่งที่ได้เรียนรู้
จาก Class
work #1 ได้ทำการทดลองโดยไม่ต้องคิดวงจรเอง ครั้งนี้ได้ใช้โปรแกรมเข้ามาช่วยในการสร้างวงจร
ทำให้ประหยัดเวลาขึ้นมาเยอะ โดยหลักๆของ Class work #1ขึ้นอยู่กับการต่อวงจรมากกว่า
โดยต้องสังเกตสายและแยกแยะดีๆเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเวลาต่อวงจร และเราสามารถสร้าง Binary Coded Decimal (BCD) จาก Logic gate ได้
Class work #2 - ทำ MUX 4 to 1 จาก MUX 2 to 1
0 ความคิดเห็น: